การเลือกซื้อกล้องวงจรปิด

การเลือกซื้อวงจรปิดให้คุ้มค่า

เลือกซื้อกล้องวรจรปิดอย่างไรให้คุ้มค่า

การเลือกซื้อกล้องวงจรปิด

การเลือกกล้องวงจรปิดที่มีคุณภาพดีและได้มาตรฐานนั้น แน่นอนว่าย่อมต้องมีราคาค่อนข้างสูงพอสมควร เมื่อเปรียบเทียบกับความแข็งแรง คงทน ระยะเวลาใช้งาน และประโยชน์การใช้สอยที่นับว่าคุ้มค่าอย่างยิ่งกับที่เสียเงินไป ดังนั้นเมื่อจะติดตั้งกล้องให้คุ้มจริง ๆ เราควรพิจารณาก่อนเลือกซื้อว่าจะใช้งานในลักษณะใด และควรเลือกซื้อกล้องแบบใดที่ตรงกับความต้องการมากที่สุด

  1. ความคมชัดของภาพ หากเน้นการจับภาพช่วงเวลากลางคืน ควรใช้กล้องที่มีความคมชัดสูงหรือเลือกกล้องชนิดอินฟาเรดเพื่อให้สามารถจับภาพต่าง ๆ ได้ดี
  2. เลือกชนิดกล้อง สำหรับการใช้งานเพื่อจับภาพสถานที่ใดสถานที่หนึ่งแบบไม่ให้คลาดสายตา อย่างเช่นสถานที่สำคัญ ๆ คือบริเวณหน้าประตูหรือตู้เซฟ ควรเลือกใช้กล้องแบบคงที่ แต่ถ้าต้องการจับภาพมุมกว้างหรือรอบทิศทาง ก็ควรจะเลือกใช้กล้องแบบหมุนได้รอบทิศทางมากกว่าการติดตั้งกล้องแบบคงที่หลายตัวตามมุมต่าง ๆ
  3. เลือกกล้องให้ตรงกับการใช้งาน เพื่ออายุการใช้งานที่คงทนยาวนานยิ่งขึ้น ควรเลือกใช้กล้องให้ตรงกับลักษณะการใช้งานว่าเป็นกล้องสำหรับใช้ภายในหรือภายนอก พร้อมกับปฏิบัติตามคำแนะนำก็จะช่วยให้เราใช้งานได้อย่างคุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไป
  4. ความสวยงาม หากต้องการเน้นในด้านความสวยงามให้เลือกกล้องแบบโดม เนื่องจากมีรูปแบบที่สวยงามมากกว่ากล้องแบบอื่น ๆ ซึ่งสามารถติดตั้งได้ทั้งในบ้านหรืออาคารสำนักงาน

กล้องวงจรปิดถือว่าเป็นการลงทุนเพื่อความปลอดภัยให้เจ้าของได้อุ่นใจระดับหนึ่ง ยิ่งเราเลือกให้เหมาะสมกับการใช้งานและสถานที่ จะช่วยให้ค่าใช้จ่ายที่ลงทุนไปนั้นเกิดความคุ้มค่ามากที่สุดนั่นเอง

การทำงานของกล้อง ต้องรู้ก่อนตัดสินใจซื้อ

การทำงานของกล้อง หรือที่เรียกกันว่ากล้อง CCTV ซึ่งหมายถึงกล้องที่เรียกว่า “Closed Circuit Television System” มีหน้าที่บันทึกภาพเคลื่อนไหว ติดตั้งอยู่ตามพื้นที่ต่าง ๆ ตัวกล้องจะมีการส่งต่อภาพที่ได้เข้าสู่เครื่องบันทึก เป็นระบบพื้นฐาน

ซึ่งในปัจจุบันยังมีระบบการจับภาพ และบันทึกภาพที่ทันสมัยมากขึ้น ใครที่กำลังมองหากล้องระบบวงจรปิดชนิดต่าง ๆ มาใช้งานกันอยู่ล่ะก็ ลองมาดูข้อมูลเพื่อมองหาอุปกรณ์กล้อง CCTV ที่เหมาะสมกับการใช้งาน พร้อมทำความเข้าใจระบบปฏิบัติการ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเก็บภาพไม่ให้พลาดทุกเสี้ยววินาที

การทำงานของกล้อง วงจรปิด ทำงานกันอย่างไรรู้หรือเปล่าคะหลักการทำงานของกล้องทั่วไป

การทำงานของกล้อง CCTV จะแบ่งอุปกรณ์ออกเป็นส่วนของตัวกล้อง มีตัวรับสัญญาณภาพเคลื่อนไหว ภายในติดตั้งแสงที่ส่องไปกระทบกับวัตถุ เพื่อให้เกิดการสะท้อนกลับมา ก่อนจะถูกแปลงสัญญาณภาพให้เป็นสัญญาณไฟฟ้าด้วยระบบ DVR ซึ่งทำหน้าที่เป็นสื่อกลางแปลงสัญญาณ จากนั้นจะถูกส่งเข้าไปยังจอรับภาพเพื่อให้ผู้ใช้งานมองเห็นการเคลื่อนไหวต่าง ๆ ในตำแหน่งที่ ติดตั้งกล้องวงจรปิด ได้อย่างไรก็ตามคุณภาพการมองเห็นของกล้อง จะขึ้นอยู่กับค่าอุปกรณ์และประสิทธิภาพการสะท้อนแสงกลับของกล้อง, เลนส์, ตัวแปลงสัญญาณ ไปจนถึงองค์ประกอบอื่นทั้งหมด ซึ่งล้วนมีผลกับการแสดงผลของภาพทั้งสิ้น

ระบบการระหว่าง IP และแบบ Analog

IP Camera เป็นกล้องรุ่นใหม่ ๆ ที่ได้รับความนิยมในการใช้งานมากขึ้นในปัจจุบัน ส่วนระบบ Analog เป็นกล้องทั่วไปที่อาจล้าสมัยไปบ้าง แต่ก็ยังถูกใช้งานซึ่งระบบการทำงานคร่าว ๆ ของทั้งสองระบบนั้น มีความแตกต่างกันดังนี้

1.ระบบ IP – การทำงานของกล้องในระบบนี้ จะเป็นการส่งสัญญาณภาพแบบ “ดิจิตอล” มีความละเอียดที่อยู่ในหน่วย Pixel ซึ่งมีข้อดีคือ ให้ความคมชัดสูงมากกว่ากล้องทั่วไป การติดตั้งจะต้องทำผ่านระบบเครือข่าย มีทั้งชนิดที่มีสายแลนด์เชื่อมต่อ และแบบไร้สาย

2.ระบบ Analog – เป็นกล้องแบบทั่วไปที่จะต้องมีการใช้สายสัญญาณในตระกูล RG เพื่อเป็นตัวนำสัญญาณเข้าสู่ระบบ การทำงานมีข้อจำกัดหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นคลื่นรบกวน ภาพที่ไม่คมชัด และการส่งสัญญาณภาพออกมาได้ไม่ดีพอ

สายสัญญาณกับประสิทธิภาพในการทำงาน

สายสัญญาณเป็นสายรับส่งสัญญาณจากกล้องไปยังเครื่อง DVR ดังนั้นอุปกรณ์ชนิดนี้จึงมีความสำคัญที่จะแสดงผลลัพธ์ของภาพที่ได้แตกต่างกันออกไป หากตัวสายสัญญาณผลิตมาจากวัสดุคุณภาพต่ำ แน่นอนว่าภาพที่ถูกถ่ายทอดต่อมาย่อมมีคุณภาพต่ำตามไปด้วยนั่นเอง ดังนั้นการเลือกซื้อกล้องสักตัว จึงควรเลือกชนิดที่มีสายสัญญาณคุณภาพสักหน่อย จะได้ใช้งานได้อย่างคุ้มค่ามากขึ้น

การเลือกซื้อกล้องสักตัวมาใช้งาน ถือว่าเป็นการลงทุนที่อาจจะแพงในครั้งแรกสำหรับหลาย ๆ คน แต่ถือว่านี่คือการลงทุนระยะยาวที่คุ้มค่า ดีกว่าเสียน้อยเสียยากในภายหลัง เพราะฉะนั้นก่อนเลือกซื้อมาใช้งาน ก็ต้องรู้จักวางแผน และทำความเข้าใจระบบของแต่ละชนิดให้ดีเสียก่อน

กล้องขนาดเล็ก

กล้องขนาดเล็ก จิ๋วแต่แจ๋วเพื่อดูแลความปลอดภัย

กล้องขนาดเล็ก                เมื่อที่อยู่อาศัยหรือสำนักงานทุกวันนี้มีความเสี่ยงต่อการถูกโจรกรรมมากขึ้น การเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยด้วยวิธีติดตั้ง กล้องขนาดเล็ก จึงนับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง นอกจากจะช่วยเป็นหูเป็นตาในการสอดส่องดูลความปลอดภัยแล้ว ยังสามารถย้อนดูเหตุการณ์ก่อนหน้าและใช้เป็นหลักฐานการเอาผิดได้อีกด้วย

ปัจจุบันมีผู้ผลิตกล้องออกมาหลากหลายรูปแบบ แต่ที่รับความนิยมอย่างเห็นได้ชัดก็คือ “กล้องขนาดเล็ก” ซึ่งหากเลือกรุ่นที่ดี ๆ จะมีคุณสมบัติที่น่าสนใจดังต่อไปนี้

  1. คุณภาพของกล้อง กล้องวงจรปิดขนาดเล็กกะทัดรัดบางรุ่นนั้นมีความคมชัดถึงระดับ Full HD อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีของการถ่ายภาพและการย่อส่วนที่ทันสมัย จึงเหมาะกับการใช้งานรวมทั้งการตั้งค่าตามสไตล์ที่ต้องการ สามารถจับภาพได้อย่างมีคุณภาพแม้แต่บริเวณที่มีแสงน้อยก็ตาม
  2. การบันทึกภาพ ถึงจะเป็นกล้องขนาดเล็ก แต่กลับสามารถบันทึกภาพในมุมกว้างโดยยังคงคุณภาพสูงไว้ได้เป็นอย่างดี ภาพคมชัดและสีสันสดใส ไม่มีแสงใด ๆ รบกวน รวมทั้งระบบบีบอัดไฟล์และการเชื่อมต่อวิดีโอก็ยังมีประสิทธิภาพอีกด้วย
  3. ขนาด ด้วยความที่เป็นกล้องขนาดเล็ก จึงช่วยให้มีความกลมกลืนเข้ากับสภาพแวดล้อมที่ติดตั้งได้เป็นอย่างดี เรียกว่าเป็นคุณสมบัติเด่น ๆ ของกล้องรุ่นนี้ก็ว่าได้ เหมาะสำหรับการติดตั้งซ่อนในร้านค้าหรือสถานที่ธุรกิจเพื่อดูแลความปลอดภัย

กล้องขนาดเล็กส่วนใหญ่สามารถรองรับการสั่งการทางไกลได้ ไม่ว่าจะเป็นการแพนกล้องหรือซูมใกล้ ก็จะค้นหาโฟกัสโดยอัตโนมัติ ทั้งยังสามารถมองเห็นภาพในมุมกว้างได้ด้วยเช่นกัน จึงนับว่ามีความน่าสนใจไม่น้อยในการเพิ่มความปลอดภัยแก่ที่อยู่อาศัยหรือสำนักงานของเราเอง

การเลือกซื้อกล้องให้ได้ราคาถูก

วิธีเลือกซื้อกล้องแบบขายส่งให้ได้ราคาถูก

                ในช่วงหนึ่งที่กระแสการติดตั้งกล้องนั้นกำลังมาแรง ด้วยเหตุผลที่ว่าผู้คนต้องการความปลอดภัยในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นปัญหาโจรขโมยหรือแม้แต่การเกิดอุบัติเหตุของคนในบ้าน ทำให้ธุรกิจกล้องนับว่าเป็นที่ต้องการอย่างยิ่งในสมัยนั้น แม้แต่ปัจจุบันก็ยังมีความสำคัญ แต่จะซื้อกล้องขายส่งราคาถูกได้อย่างไร เรามีเคล็ดลับมาแนะนำ

หาแหล่งที่ขายกล้องแบบขายส่ง

โดยปกติการหาซื้อกล้องแบบขายส่งมักจะหาได้จากร้านขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ใหญ่ ๆ หรือตามศูนย์ขายสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะมีให้เลือกมากมายหลากหลายยี่ห้อ หลายรุ่น และหลายราคา ถ้าหากต้องการซื้อแบบจำนวนมากเพื่อนำไปติดตั้งสถานที่ใหญ่ ๆ หรือนำไปขายต่อ การซื้อที่ร้านขายส่งจะช่วยให้เราได้ราคาถูกและคุ้มค่ามาก

เลือกซื้อในช่วงจัดโปรโมชั่น

การซื้อกล้องแบบขายส่งจากศูนย์จำหน่ายโดยตรงจะได้รับความน่าเชื่อถือมากกว่าร้านเล็ก ๆ ทั่วไป หากเลือกกล้องยี่ห้อดัง ๆ ที่มีชื่อเสียง ก็สามารถมั่นใจในคุณภาพได้อย่างแน่นอน หรือถ้าเป็นแบรนด์ใหม่ ๆ ที่ไม่ค่อยคุ้นหูก็มักจะมีการจัดโปรโมชั่นให้เราสามารถซื้อได้ราคาถูกและอาจมีของลดแลกแจกแถมร่วมด้วย

ทั้งนี้การมุ่งหวังหาซื้อกล้องแบบขายส่งที่มีราคาถูกนั้น ควรจะต้องพิจารณาถึงองค์ประกอบต่าง ๆ อย่างเช่นคุณภาพ มาตรฐานการผลิต และการรับประกันสินค้า เพื่อเป็นการป้องกันจากกล้องที่ไม่ได้มาตรฐานที่ดี เพราะจะทำให้มีปัญหาตามมาในภายหลังหรือเกิดการชำรุดอย่างรวดเร็วนั่นเอง

5 จุดในบ้านที่ควรติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัย ก่อนทิ้งบ้านช่วงวันหยุดยาว

5 จุดเสี่ยงในบ้านที่ต้องมีระบบรักษาความปลอดภัย                เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจุบันนี้ขโมยขโจรหรือมิจฉาชีพทั้งหลายเยอะขึ้นเสียจนรู้สึกว่า หากปล่อยทิ้งบ้านไว้ก็อาจถูกบุกรุกเอาทรัพย์สินหรือสิ่งของมีค่าไปได้ แต่ถ้าเราติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยไว้ก็จะช่วยให้เราเดินทางได้อย่างสบายใจไร้กังวล โดยติดตั้งบริเวณทั้ง 5 จุด ที่เสี่ยงต่อการถูกงัดแงะและยังเหมาะกับการสอดส่องดูแลบ้านในวันปกติหรือยามกลางคืนอีกด้วย

  1. ประตูหน้า

เป็นบริเวณที่โจรขโมยเข้ามาในบริเวณบ้านมากที่สุด ดังนั้นให้ติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยบนประตูหน้าที่เอื้อมไม่ถึง จากนั้นติดตั้งตาข่ายลวดคลุมอีกชั้นเพื่อป้องกันการขว้างก้อนหินใส่กล้อง

  1. ประตูหลังบ้าน

เป็นบริเวณจุดปลอดสายตาจากคนภายนอก และยังทำให้เสียงเล็ดลอดเข้าไปในบ้านได้น้อยมาก เพราะฉะนั้นการติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยจึงเหมือนกับตรงประตูหน้าบ้าน นั่นคือต้องติดให้สูงที่สุดและเอื้อมไม่ถึง รวมทั้งติดตาข่ายลวดป้องกันด้วยเช่นกัน

  1. สวนหลังบ้าน

มักจะเป็นบริเวณที่ถูกละเลยมากที่สุดเพราะว่าอยู่ที่ด้านในสุดของตัวบ้าน บางบ้านก็ปล่อยโล่งโดยไม่มีกำแพงล้อมรอบ และยังมีอุปกรณ์ทำสวนที่พร้อมช่วยในการงัดแงะบ้านได้ ดังนั้นเราต้องติดกล้องในลักษณะหันกล้องไปยังกำแพงบ้านหรือองศาที่มองเห็นสวนในมุมกว้างและไกลมากที่สุด

  1. หน้าต่างบ้านชั้นแรก

จุดนี้ง่ายต่อการทุบและงัดแงะเข้ามาเพราะไม่ต้องปีนให้ลำบาก โดยเฉพาะบ้านที่มีหน้าต่างกระจกใส การติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยจึงควรหันกล้องจากประตูหน้าไปตามแนวของหน้าต่างในชั้นแรก หรืออาจจะติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยอีกหนึ่งตัวที่มุมบ้าน โดยหน้ากล้องเข้าหาประตูบ้าน

  1. หน้าต่างบริเวณมุมอับ

บริเวณหน้าต่างหลังบ้านหรือหน้าต่างที่มีกำแพงหรือต้นไม้บัง ก็เป็นตำแหน่งที่มักจะถูกโจรขโมยงัดแงะอยู่บ่อย ๆ ด้วยความที่เป็นมุมอับสายตานั่นเอง เราต้องติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยไว้บนตำแหน่งสูงที่สุดระนาบเดียวกับมุมทแยงของหน้าต่าง

เครื่องบันทึกออนไลน์

เครื่องบันทึกออนไลน์ การตั้งค่าเครื่องบันทึกภาพเพื่อให้สามารถดูกล้องผ่านโทรศัพท์ได้ ในปัจจุบันนี้เป็นเรื่องง่ายอย่างมาก เพียงแค่ทำตามคลิปด้านล่างนี้ก็สามารถทำได้หรือจะอ่านคู่มือของเราก็ได้นะคะ

เครื่องบันทึกออนไลน์วิธีการเริ่มแรกเลยนะคะก็คือเข้าไปที่ browser หรือที่เรียกกันติดปากว่า firefox, google chrome ในช่อง address ให้เราใส่หมายเลข ของค่า gateway ของเราส่วนวิธีการหาค่า gateway ให้ไปที่รูปแว่นขยายด้านล่างทางซ้ายมือ กด 1 ครั้งพิมพ์ cmd กด Enter หลังจากนั้นจะปรากฏหน้า Dos ขึ้นมาให้เราพิมพ์คำว่า ipconfig เราจะเห็นค่าตัวเลขปรากฏขึ้นมา ให้มองหาคำว่า gateway หลังจากได้ค่านี้แล้วให้เข้าไปที่ ช่อง address ใส่หมายเลขที่ได้ลงไปจะเชื่อมต่อมาที่หน้า router ให้เราทำการใส่ user, password ให้เรียบร้อยถ้าไม่ทราบให้ไปดูที่กล่อง router จะมี user, password แปะติดที่ตัวกล่อง พอเข้าหน้า router ได้แล้วให้มองหาหัวข้อ network หรือถ้าหาไม่เจอให้กดไปแต่ละหัวข้อแล้วสังเกตุดูว่าหัวข้อย่อยมีคำว่า UPnP หรือไม่ถ้ามีก็มาหัวข้อนี้กันเลยคะ หลังจากมาหัวข้อ UPnP แล้วให้เราเปิดใช้งานโดยกด Enable แล้วจะมี port ขึ้นมาแต่ถ้าไม่มีขึ้นให้เรามาที่ตัวเครื่องบันทึกภาพกล้อง (NVR, DVR, HNVR) หรืออะไรก็แล้วแต่ที่เป็นเครื่องบันทึกภาพกล้องของเรา หลังจากนั้นก็ไปมองหาหัวข้อ UPnP ให้เปิดใช้งานแล้วก็ Reboot สักครั้งเสร็จเรียบร้อยมาที่ตัวเครื่อง Router เพื่อดูว่ามี port ขึ้นมาหรือไม่ (ใช้เวลาสักครู่นะคะ) พอมี port ขึ้นมาเป็นอันเสร็จขั้นตอนการตั้งค่าเครื่องบันทึกภาพเพื่อดูออนไลน์แล้วล่ะคะ

ส่วนวิธีการดูออนไลน์ในมือถือเราก็เพียงมาที่ตัวเครื่องบันทึกภาพที่เราซื้อมองหาหัวข้อ P2P เสร็จแล้วก็เปิดแอพในมือถือของเราและก็สแกนแค่นั้นก็ใช้งานได้แล้วคะ ส่วนความเร็วของภาพที่ได้จะช้าจะเร็วยังไงก็ขึ้นอยู่กับความเร็วอินเตอร์เนตของเราแล้วนะคะ

หรือถ้าท่านใดอ่านบทความนี้แล้วไม่เข้าใจก็เปิดดูที่ Video ของเราที่ทำไว้กันก็ได้คะสำหรับท่านใดที่ต้องการติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัย สามารถติดต่อเรากันได้นะคะที่เบอร์ 02-543-6905 หรือว่ามีคำถามเกี่ยวกับระบบสามารถ Line หาเราก็ได้คะที่ Line: okami2000 หรือจะติดต่อผ่านหน้าเว็บก็ที่นี้เลยคะ okami-cctv.com

4 สถานที่สำคัญที่ควรมีระบบรักษาความปลอดภัย

4 สถานที่สำคัญที่ควรมี ระบบรักษาความปลอดภัย ในการป้องกันภัย

ระบบรักษาความปลอดภัยการดูแลความปลอดภัยชีวิตและทรัพย์สินถือว่าเป็นเรื่องที่เราควรใส่ใจและให้ความสำคัญอย่างยิ่ง การติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยก็เป็นหนึ่งในทางเลือกที่ได้รับความนิยมสำหรับสถานที่ที่ต้องการดูแลด้านความปลอดภัย อย่างเช่น 4 สถานที่ดังต่อไปนี้ที่เรามาแนะนำวันนี้

ระบบรักษาความปลอดภัยภายโรงเรียน

เป็นสถานที่ที่มีเด็ก ๆ จำนวนมาก ซึ่งต้องได้รับการดูแลและระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะฉะนั้นการติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยจึงเป็นวิธีที่สามารถช่วยป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นกับนักเรียนได้ อีกทั้งยังช่วยในการดูความเคลื่อนไหวในบางจุดที่คุณครูดูแลได้ไม่ทั่วถึง

ระบบความปลอดภัยโรงพยาบาล

เป็นสถานที่ที่รวมผู้คนไว้มากหน้าหลายตาจึงอาจก่อให้เกิดอันตราย การติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยในโรงพยาบาลจะเป็นการเฝ้าดูคนไข้และผู้ที่มารับบริการ รวมทั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในโรงพยาบาล หากเกินอันตรายจะได้ช่วยเหลืออย่างทันท่วงที

ระบบความปลอดภัยภายในโรงงาน

เนื่องจากเป็นทั้งสถานที่ทำงานที่อาจเกิดอันตรายแก่พนักงาน และยังใช้ในการเก็บสินค้าในคลัง การติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยจะช่วยดูแลความปลอดภัยของพนักงานและลดค่าใช้จ่ายในการเฝ้าคลังสินค้าได้ โดยใช้วิธีดูระบบรักษาความปลอดภัยผ่านระบบออนไลน์นั่นเอง

ระบบปลอดภัยสถานดูแลเด็กหรือผู้สูงอายุ

ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้สูงอายุก็ควรได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด ดังนั้นการติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยจึงเป็นช่องทางที่ช่วยดูแลความปลอดภัยและเพิ่มความอุ่นใจให้กับคุณพ่อคุณแม่ที่พาลูกมาฝากเลี้ยง หรือกรณีที่ผู้สูงอายุใช้บริการสถานดูแลผู้สูงอายุ

นอกจากบ้านเรือนที่อยู่อาศัยแล้ว สถานที่เหล่านี้ก็ควรติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยด้วยเช่นกัน โดยควรเลือกกล้องที่มีคุณภาพและเหมาะสมกับการติดตั้งภายในอาคารหรือภายนอกอาคาร เพื่อประสิทธิภาพและตรงกับความต้องการมากที่สุด

ข้อควรรู้ขั้นพื้นฐาน กับประเภททีวีวงจรปิดมีกี่แบบ ?

ทีวีวงจรปิดการติดตั้งทีวีวงจรปิด ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ไหนก็ตาม หน้าที่สำคัญของอุปกรณ์ชนิดนี้ไม่ใช่เพื่อความสวยงาม หรือเพิ่มระดับความหรูหราให้สถานที่ดังกล่าวดูทันสมัยแต่อย่างใด แต่หัวใจหลักคือการทำหน้าที่เสมือนหน่วยรักษาความปลอดภัยประจำพื้นที่ ซึ่งมีหลากหลายรูปแบบให้เลือก ขึ้นอยู่กับว่าจะติดตั้งใช้งานเพื่อวัตถุประสงค์ใดเป็นพิเศษ ดังนั้นประเภทของทีวีวงจรปิดจึงมีการออกแบบให้ใช้งานได้หลากหลาย การเลือกซื้ออุปกรณ์ที่เหมาะสม จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจจับภาพได้ชัดเจน อีกทั้งยังเพิ่มระดับการรักษาความปลอดภัยให้ดียิ่งขึ้นอีกหลายเท่าเลยทีเดียว

ประเภทของทีวีวงจรปิด

1.ทีวีวงจรปิดแบบมาตรฐาน – เป็นทีวีวงจรปิดที่นิยมใช้งานทั่วไป ด้วยระบบที่เน้นใช้งานไม่ยืดหยุ่น เน้นใช้งานภายในอาคารเป็นหลัก ตัวเลนส์สามารถถอดเปลี่ยนให้เหมาะสมกับมุมมองของภาพที่ต้องการได้ โดยวัตถุประสงค์หลักของการเลือกใช้ทีวีวงจรปิดมาตรฐาน ก็เพื่อแสดงให้คนเห็นว่าสถานที่นี้มีทีวีวงจรปิดติดตั้งอยู่ ช่วยเพิ่มการป้องกันผู้ไม่หวังดีให้ไม่กล้าเข้ามาในบริเวณดังกล่าวได้ง่าย ๆ

2.ทีวีวงจรปิดแบบอินฟราเรด – เป็นทีวีวงจรปิดที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ ตัววงจรปิดจะเน้นใช้งานในบริเวณที่แสงส่องไม่ถึง พื้นที่ ๆ มืดสนิท และเน้นใช้ในช่วงเวลากลางคืนที่ไม่มีแสงไฟ ตัววงจรปิดมีราคาแพงกว่าแบบมาตรฐาน วัสดุที่นำมาใช้เน้นความทนทาน เพราะมักติดตั้งเอาไว้ภายนอกอาคาร จึงต้องกันน้ำและกันแดดได้ในระดับหนึ่ง มีระยะอินฟราเรดให้เลือกในระยะที่หลากหลาย ขึ้นอยู่กับความจำเป็นในการใช้งาน

3.ทีวีวงจรปิดแบบโดม – เป็นทีวีวงจรปิดที่เน้นทั้งประโยชน์และความสวยงาม ติดตั้งในอาคารได้โดยไม่ทำให้เสียบรรยากาศ เพราะถูกออกแบบมาให้มีขนาดกระทัดรัด ใช้งานง่าย มักติดตั้งภายในห้องประชุม, ในบ้าน, ห้องนั่งเล่น หรือในลิฟท์ เป็นต้น

4.ทีวีวงจรปิดแบบ IP Camera – เป็นวงจรปิดที่สามารถดูภาพได้จากระยะไกล เพราะไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็มองเห็นพื้นที่ ๆ ทำการติดตั้งทีวีวงจรปิดเอาไว้ได้ เนื่องจากมีการส่งภาพผ่านระบบเครือข่าย ด้วยการรวมเอา Web Server มาใช้ ไม่ว่าจะดูผ่านคอมพิวเตอร์ หรือสมาร์ทโฟนจากอีกซีกโลกหนึ่ง ก็สามารถทำได้ เพียงแค่เชื่อมต่อ Internet หรือ Wifi เท่านั้น

จะเห็นได้ว่าทีวีวงจรปิดมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ การเลือกใช้งานจึงต้องเน้นประโยชน์ให้มาก่อนความสวยงาม โดยคำนึงถึงพื้นที่ติดตั้งว่าเป็นภายนอกหรือภายในอาคาร เน้นใช้งานในเวลากลางวันหรือกลางคืน ไปจนถึงรายละเอียดอีกหลายอย่างที่จะต้องวางแผนให้ดี เพื่อจะได้เลือกใช้งานให้เหมาะสมกับประเภทวงจรปิดได้อย่างคุ้มค่า และได้ประสิทธิภาพที่สมบูรณ์แบบมากที่สุด

Network Camera มีอุปกรณ์อะไรบ้าง

network cameraNetwork Camera ที่ใช้ในปัจจุบันนั้นมีหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นกล้องมาตรฐาน กล้องโดม หรือกล้องอินฟราเรด ซึ่งแต่ละชนิดก็มีความสามารถที่แตกต่างกันและยังมีหลายเกรดไปตามคุณภาพ แต่ระบบของกล้อง ในภาพรวมจะมีลักษณะคล้ายกันดังนี้

เครื่องบันทึกภาพ (DVR)

ทำหน้าที่บันทึกภาพที่ได้จากกล้องและเป็นตัวกลางส่งภาพไปที่จอภาพ โดยตัวเครื่อง DVR นี้จะเป็นตัวควบคุมทุกอย่างทั้งการเซตระบบออนไลน์ การกำหนดค่าต่าง ๆ และการดูภาพย้อนหลัง ส่วนระยะเวลาที่ใช้บันทึกภาพจะขึ้นอยู่กับขนาดของฮาร์ดดิสก์ที่บรรจุอยู่ในเครื่องและการตั้งค่าความละเอียดของการบันทึกภาพ

เครื่อง DVR หนึ่งเครื่องจะมีการแบ่งช่องรับสัญญาณ ซึ่งเราสามารถเลือกได้ว่าต้องการใช้กล้องกี่ตัว โดยจะมีทั้งแบบ 4 ช่องสัญญาณ 8 ช่องสัญญาณ และ 16 ช่องสัญญาณ ขึ้นอยู่กับความต้องการและงบประมาณของเรา

จอภาพ (Monitor)

จอภาพที่ใช้กับกล้องสามารถใช้ได้ทั้งจอโทรทัศน์ LCD หรือจอคอมพิวเตอร์เพราะกล้อง ในปัจจุบันสามารถรองรับช่องต่อภาพทั้งแบบ HDMI, VGA, DVI และ RCA ขึ้นอยู่กับรุ่นว่าจะรองรับการเชื่อมต่อแบบใด แต่ถ้าเราใช้จอรุ่นใหม่ ๆ ส่วนใหญ่จะมีช่อง HDMI รองรับอยู่แล้วนั่นเอง

สายสัญญาณ (Cabling)

เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ส่งสัญญาณภาพจากกล้อง มายังเครื่องบันทึกภาพ หากเป็นกล้องแบบอนาล็อกจะใช้สายสัญญาณ Coaxial แบบ RG6 ส่วนกล้อง Network Camera จะใช้สายสัญญาณ UTP หรือที่เรียกกันว่าสาย LAN เพื่อส่งสัญญาณแบบดิจิทัล

อุปกรณ์จ่ายไฟเลี้ยง (Power)

ไม่ว่าจะเป็นตัว Network Camera หรือเครื่องบันทึกภาพ ก็ล้วนเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่จำเป็นต้องมีไฟเลี้ยงตลอดเวลา บางรุ่นที่ใช้ไฟ 12 โวลต์ ก็ต้องมีอะแดปเตอร์เพื่อช่วยแปลงไฟ ในขณะที่บางรุ่นใช้ไฟขนาด 220 โวลต์ ก็สามารถใช้ไฟบ้านได้ทันที

เครื่องสำรองไฟ (UPS)

            อุปกรณ์ชนิดนี้เราจะมีหรือไม่มีก็ได้ก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของเรา แต่ถ้าไม่มีเครื่องสำรองไฟแล้วเกิดเหตุการณ์ไฟดับ จะทำให้ทั้งกล้องและเครื่องบันทึกภาพดับตามไปด้วย โดยเฉพาะบางสถานที่ที่กล้อง ต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมง นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เราควรมีเครื่องสำรองไฟใช้งานร่วมด้วย รวมทั้งสถานที่ที่ระบบจ่ายกระแสไฟไม่เสถียรด้วยเช่นกัน เพราะถ้าเกิดไฟตกบ่อยหรือแรงไฟไม่พอ อาจจะทำให้ตัวกล้อง Network Camera กับฮาร์ดดิสก์เสียหายได้

การเลือกซื้อกล้องให้คุ้มค่า

เลือกซื้อกล้องอย่างไรให้คุ้มค่า

การเลือกซื้อกล้อง                การเลือกกล้องที่มีคุณภาพดีและได้มาตรฐานนั้น แน่นอนว่าย่อมต้องมีราคาค่อนข้างสูงพอสมควร เมื่อเปรียบเทียบกับความแข็งแรง คงทน ระยะเวลาใช้งาน และประโยชน์การใช้สอยที่นับว่าคุ้มค่าอย่างยิ่งกับที่เสียเงินไป ดังนั้นเมื่อจะติดตั้งกล้องให้คุ้มจริง ๆ เราควรพิจารณาก่อนเลือกซื้อว่าจะใช้งานในลักษณะใด และควรเลือกซื้อกล้องแบบใดที่ตรงกับความต้องการมากที่สุด

  1. ความคมชัดของภาพ หากเน้นการจับภาพช่วงเวลากลางคืน ควรใช้กล้องที่มีความคมชัดสูงหรือเลือกกล้องชนิดอินฟาเรดเพื่อให้สามารถจับภาพต่าง ๆ ได้ดี
  2. เลือกชนิดกล้อง สำหรับการใช้งานเพื่อจับภาพสถานที่ใดสถานที่หนึ่งแบบไม่ให้คลาดสายตา อย่างเช่นสถานที่สำคัญ ๆ คือบริเวณหน้าประตูหรือตู้เซฟ ควรเลือกใช้กล้องแบบคงที่ แต่ถ้าต้องการจับภาพมุมกว้างหรือรอบทิศทาง ก็ควรจะเลือกใช้กล้องแบบหมุนได้รอบทิศทางมากกว่าการติดตั้งกล้องแบบคงที่หลายตัวตามมุมต่าง ๆ
  3. เลือกกล้องให้ตรงกับการใช้งาน เพื่ออายุการใช้งานที่คงทนยาวนานยิ่งขึ้น ควรเลือกใช้กล้องให้ตรงกับลักษณะการใช้งานว่าเป็นกล้องสำหรับใช้ภายในหรือภายนอก พร้อมกับปฏิบัติตามคำแนะนำก็จะช่วยให้เราใช้งานได้อย่างคุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไป
  4. ความสวยงาม หากต้องการเน้นในด้านความสวยงามให้เลือกกล้องแบบโดม เนื่องจากมีรูปแบบที่สวยงามมากกว่ากล้องแบบอื่น ๆ ซึ่งสามารถติดตั้งได้ทั้งในบ้านหรืออาคารสำนักงาน

กล้องถือว่าเป็นการลงทุนเพื่อความปลอดภัยให้เจ้าของได้อุ่นใจระดับหนึ่ง ยิ่งเราเลือกให้เหมาะสมกับการใช้งานและสถานที่ จะช่วยให้ค่าใช้จ่ายที่ลงทุนไปนั้นเกิดความคุ้มค่ามากที่สุดนั่นเอง