ต้องรู้อะไรก่อนซื้อกล้องวงจรปิด

ต้องรู้อะไรบ้างก่อนเลือกซื้อ กล้องวงจรปิด กล้องip

เคยเป็นหรือเปล่าเมื่อเวลาที่ต้องออกจากบ้านแล้วกังวลว่าลืมปิดบ้านหรือป่าว หรือกังวลว่ามีใครจะเข้ามางัดบ้านหรือโจรกรรมสิ่งของที่อยู่ในบ้าน ในสมัยที่เทคโนโลยีกำลังเดินไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดนั้น การรักษาความปลอดภัยของบ้านก็มีการป้องกันเกิดขึ้นเช่นกัน การป้องกันในสมัยนี้ที่เป็นที่นิยมกันนั้นคือการติดตั้งกล้องวงจรปิดเอาไว้ถึงแม้เจ้าตัวกล้องวงจรปิดนั้นไม่สามารถเคลื่อนไหวและจับโจรได้ในขณะที่บ้านกำลังถูกโจรกรรมอยู่ตอนนั้นก็ตาม แต่กล้องวงจรปิดนั้นสามารถช่วยค้นหาหรือดูความเคลื่อนไหวต่างๆภายในบ้านในเวลาที่เราไม่อยู่ที่บ้านได้ และเมื่อถูกโจรกรรมกล้องวงจรปิดก็เป็นอีกแรงที่ช่วยให้การจับคนร้ายนั้นง่ายขึ้น และรวดเร็ว ซึ่งในการติดตั้งกล้องวงจรปิดจะต้องอาศัยช่างที่มีประสบการณ์เข้ามาดำเนินงานช่วยติดตั้งให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการจับภาพของกล้องวงจรปิดนั้นเอง โดยที่ไม่ติดตั้งอยู่ในมุมที่อัพทั้งภาพและสัญญาณ เพื่อช่วยให้เราสามารถมองเห็นภาพต่างๆในตอนที่เราไม่อยู่บ้านได้อย่างทั่วถึง

ในการรักษาความปลอดภัยจากที่พักอาศัยที่เราอยู่นั้นจากเมื่อก่อน จะต้องใช้บุคคลมาค่อยเฝ้ายามอยู่ตลอดเวลา เปลี่ยนมาเป็นการใช้กล้องวงจรปิดที่ต้องใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย จึงทำให้การติตั้งกล้องวงจรปิดหรือการเลือกกล้องวงจรปิดมาใช้ ผู้ที่เป็นเจ้าของบ้านหรือผู้ที่จะติดตั้งกล้องวงจรปิดนั้น จำเป็นจะต้องมีความรู้เกี่ยวกับการเลือกกล้องวงจรปิดมาใช้งานบ้าง การเลือกกล้องวงจรปิดมาใช้งานควรเลือกจาก
1.    ความละเอียดภาพของกล้องวงจรปิด  ซึ่งการเลือกจากความละเอียดภาพของกล้องวงจรปิดทำให้เราเห็นภาพได้อย่างชัดเจนเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด โดยการเลือกนั้นควรเลือกจาก Resolution ที่บอกความละเอียดภาพของกล้องวงจรปิดนั้น เป็นหน่วย Pixel ยิ่งตัวเลขยิ่งมากเท่าไรความคมชัดหรือรายละเอียดของภาพจะมีความชัดเจนยิ่งขึ้น
2.    เลือกจาก Luminance หรือที่ภาษาไทยเรียกว่า ค่าความสว่างของกล้อง เป็นค่าของรังสีแม่เหล็กที่ตัวกล้องสามารถจับภาพที่ถ่ายเอาไว้ได้ ซึ่งถ้าค่า Luminance ต่ำการจับภาพจะมีความละเอียดมากขึ้น และยิ่งใช้งานในตอนกลางคืนก็สามารถมองเห็นภาพในที่มีความสว่างน้อยยังชัดเจน
3.    เลือกจากค่า Ingress Protection Rating หรือที่ย่อว่า IP เป็นค่าความทนทานของตัวกล้อง หรือค่าความสามารถในการป้องกันตัวของมันเองจากสภาพแวดล้อมภายนอกเนื่องจากกล้องวงจรปิดต้องติดตั้งอยู่ในที่ลับๆ และมุมที่ไม่มีคนรู้เพื่อที่จะได้ค่อยเฝ้าสังเกต มันจึงต้องอยู่โดดเดียวโดยที่ไม่มีคนเฝ้า บางครั้งอาจจะต้องเผชิญกับฝุ่นหรือแมลงมากัดกิน กล้องวงจรปิดจะต้องสามารถป้องกันตัวเองได้ในระดับหนึ่ง กล้องวงจรจึงต้องมีค่า IP เข้ามาเกี่ยวข้องในการเลือกติดตั้งด้วย ซึ่งค่าแต่ละตัวเลขนั้นคุณสมบัติก็แตกต่างกันไป

ค่า IP หลักแรก
a.    ค่า IP=0 หมายถึงกล้องวงจรปิดตัวนั้นไม่สามารถป้องกันอะไรได้เลย
b.    ค่า IP=1 หมายถึงกล้องวงจรปิดตัวนั้นสามารถป้องกันของแข็งได้ไม่เกินขนาด 50 มิลลิเมตร หรือป้องกันการจับตัวกล้องด้วยมือเปล่า
c.    ค่า IP=2 หมายถึงกล้องวงจรปิดนั้นสามารถป้องกันของแข็งได้ไม่เกิน 12 มิลลิเมตร หรือการที่เผลอเอานิ้วไปสัมผัส
d.    ค่า IP=3 คือกล้องวงจรปิดตัวนั้นป้องกันของแข็งตั้งแต่ 2.5 มิลลิเมตรขึ้นไป ป้องกันสายไฟฟ้า เครื่องมือช่างต่างๆ เป็นต้น
e.    ค่า IP=4 คือป้องกันของแข็งตั้งแต่ 1 มิลลิเมตร อย่างเช่นสายไฟขนาดเล็ก
f.    ค่า IP เป็น 5 สามารถป้องกันฝุ่นที่จะมาจับตัวกล้องได้นิดหน่อย
g.    ค่า IP เป็น 6 สามารถป้องกันฝุ่นละอองได้
ค่า IP หลักที่ 2
a.    ค่า IP=0 เหมือนหลักแรกคือไม่สามารถป้องกันอะไรได้เลย
b.    ค่า IP=1 กล้องวงจรตัวนั้นสามารถป้องกันน้ำได้ แต่เป็นหยดน้ำที่เกิดจากความชื่น
c.    ค่า IP=2 กล้องวงจรตัวนั้นป้องกันหยดน้ำที่เป็นละอองน้ำได้แต่ไม่เกิน 15 องศา ของมุมกล้อง
d.    ค่า IP=3 กล้องวงจรปิดสามารถหยดน้ำที่เป็นละอองน้ำได้ 60 องศา ของมุมกล้อง
e.    ค่า IP เป็น 4 กล้องวงจรปิดตัวนั้นสามารถป้องกันน้ำที่เป็นละอองน้ำได้รอบทิศทางไม่สนในเรื่องของมุมองศา
f.    ค่า IP เป็น 5 สามารถป้องกันน้ำได้ระดับหนึ่ง แต่ไม่สามารถทนน้ำได้นาน
g.    ค่า IP=6 กล้องวงจรปิดที่มีค่าระดับ 6 นี้สามารถป้องกันน้ำฝนและอยู่ในที่แจ้งได้
h.    ค่า IP=7 กล้องวงจรที่มีค่า IP เป็น 7 สามารถอยู่ในน้ำได้ตั้งแต่ความลึก 15 เซนติเมตร ไปจนถึง 1 เมตร
i.    ค่า IP=8 กล้องวงจรตัวนั้นใช้งานในใต้น้ำได้
จากค่า IP ดังกล่าวที่ผ่านมาทำให้เราสามารถเลือกกล้องวงจรปิดที่จะนำไปใช้งานได้ ในปัจจุบันค่า IP ของกล้องวงจรปิดทั่วไปจะมีค่า IP= เลข 6 และเลข 8 หรือ IP=68 ซึ่งค่าของกล้องวงจรจะสามารถกันฝุ่น กันแดด กันฝนได้
เมื่อได้รู้แล้วว่าขั้นตอนของการเลือกซื้อกล้องวงจรปิดผู้ที่จะติดตั้งกล้องวงจรปิดจะต้องพิจารณาอะไรบ้างก็อย่าลืมนำไปใช้ในการเลือกซื้อกล้อง แต่การเลือกซื้อกล้องวงจรปิดไม่ได้ดูแค่ค่าต่างๆที่อยู่ในอุปกรณ์แต่ยังต้องคำนึงถึงการใช้งาน การรับประกัน คุณภาพของอุปกรณ์ และบริการหลังการขายของบริษัทขายกล้องวงจรปิดอีกด้วย

บริการหลังการขายของบริษัท

ในปัจจุบันกล้องวงจรปิด กำลังเป็นที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นตามบ้านครัวเรือนต่างๆ หรือแม้แต่ทั้งบริษัท องค์กรขนาดเล็ก และองค์การขนาดใหญ่ อีกทั้งยังมีผู้ผลิตและจัดจำหน่ายจากทางบริษัทกล้องวงจรปิดได้นำสินค้าเข้ามาวางตลาด โดยเฉพาะการขายผ่านทางเว็บไซต์ ซึ่งมีทั้งที่เป็นในรูปแบบบริษัทและเป็นบุคคลที่นำสินค้าจากประเทศจีนเข้ามาจำหน่าย  ถ้าเป็นในรูปแบบของบริษัทกล้องวงจรปิดแล้ว เชื่อว่าสินค้าและการบริการของทางบริษัทนั้นได้มาตรฐานอยู่แล้ว โดยไม่ต้องเป็นห่วงหรือกังวลว่าสินค้าที่ผู้ติดตั้งซื้อมาจะใช้งานไม่ได้ หรือถ้าใช้งานไม่ได้จริง ก็สามารถเรียกใช้บริการหลังการขายของบริษัทกล้องวงจรปิดได้
แต่ถ้าเป็นในรูปแบบบุคคลทั่วไปที่หิ้วสินค้าจากต่างประเทศมาจำหน่ายนั้น ผู้ติดตั้งกล้องวงจรปิดอาจจะต้องพิจารณาในการเลือกกล้องวงจรปิด ว่าสินค้าตัวนั้นเป็นอย่างไร แข็งแรงทนทาน เหมาะกับวัตถุประสงค์ที่เราต้องการจะติดตั้งด้วยหรือเปล่า ซึ่งรูปแบบการขายแบบนี้นั้นแน่นอนว่าสินค้าหรือกล้องวงจรปิดที่ขายอยู่นั้นมีราคาถูกมาก แต่เราจำเป็นจะต้องมาติดตั้งเอง ซึ่งถ้าเลือกใช้สินค้ากล้องวงจรปิดแบบรายบุคคลแล้วอาจจะเป็นร้านค้าทั่วไป ที่ไม่ได้มีสิทรัพย์มีค่าอยู่ภายในร้านมากนัก และเมื่อเกิดการเสียหรือชำรุดก็ไม่สามารถโทรไปเปลี่ยนหรือเรียกให้ช่างเข้ามาซ่อมหรือเคลมต่อไปได้ ว่าง่ายๆคือซื้อทิ้งนั้นเอง เพราะเนื่องจากการขายแบบรายบุคคลนี้ จะไม่มีทีมงานมาซัพพอร์ตหรือแก้ปัญหาให้

ในกรณีเดียวกันกับการเลือกซื้อผ่านทางบริษัทกล้องวงจรปิด การดูแล การรับประกันสินค้าหรือการบริการหลังการขายนั้น ทางบริษัทกล้องวงจรปิดนั้น จะมีทีมงานและผู้เชียวชาญในการแก้ไขปัญหาหรือตอบข้อสักถามของเราได้เป็นอย่างดี แต่แน่นอนว่าราคาของกล้องวงจรปิดที่ขายผ่านทางบริษัทนั้น จะสูงกว่าเป็นเท่าตัว และคุณภาพของตัวสินค้าก็ดีกว่าอีกด้วย

ผู้ติดตั้งกล้องวงจรปิดที่กำลังมองหากล้องมาใช้งานนั้น นอกจากข้อมูลบริษัทที่ผู้ติดตั้งจะต้องคำนึงถึงแล้ว ผู้ติดตั้งอาจจะต้องรู้เกี่ยวกับ อุปกรณ์ของกล้องวงจรปิดด้วย ว่ามันมีส่วนประกอบอะไรบ้าง เมื่อเวลาใช้งานและเกิดการชำรุด จะได้บอกเจ้าหน้าที่ได้ถูกว่าส่วนไหนไม่สามารถใช่การได้ เพื่อที่จะได้รับบริการหลังการขายจากทางบริษัทอย่างรวดเร็ว ชิ้นส่วนอุปกรณ์หลักๆของกล้องวงจรปิดนั้นมีอยู่ 5 ชิ้นส่วนหลักได้แก่
ตัวกล้อง เป็นตัวที่คอยจับภาพต่างๆที่ผู้ติดตั้งนำไปติดตั้งตามจุดต่างๆ เมื่อกล้องได้รับภาพนั้นแล้วจะแปลงออกมาเป็นสัญญาณไฟฟ้าเพื่อส่งต่อไปยังเครื่องบันทึกสัญญาณ
ส่วนที่สองคือเลนส์ เลนส์ทำหน้าที่เปรียบเสมือนดวงตาของเรา ที่คอยจับภาพตามความเหมาะสม เมื่อทางผู้ติดตั้งได้มีการปรับเปลี่ยนหรือตั้งค่าเลนส์ใหม่นั้น ความคมชัดของภาพที่จะได้ ก็จะออกมาตามเลนส์ที่ผู้ติดตั้งได้เลือกเอาไว้
ส่วนที่สามเครื่องบันทึก เป็นเครื่องที่คอยบันทึกข้อมูลหรือสัญญาณจากตัวกล้องวงจรปิด ถ้าเปรียบมันเหมือนร่างกายของมนุษย์แล้วเครื่องบันทึกเครื่องนี้ก็จะทำหน้าที่คล้ายสมองที่คอยบันทึกเรื่องราวต่างๆที่ได้รับมาจากดวงตา อีกทั้งมันยังสามารที่จะกลับมาเปิดดูย้อนหลังได้อีกด้วย
ส่วนที่ 4 จอภาพ เป็นเครื่องที่ค่อยแสดงภาพจากตัวกล้องวงจรปิด ได้แก่จอคอมพิวเตอร์ หรืออาจะเป็นจอ TV
ในส่วนที่ห้า เป็นส่วนของอุปกรณ์เสริมต่างๆ ซึ่งอุปกรณ์เสริมจะช่วยรีดความสามารถให้กล้องวงจรปิดนั้นทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น ขาตั้งกล้อง Housing ฯลฯ
เมื่อผู้ติดตั้งได้รู้จักส่วนต่างๆของกล้องวงจรปิดไปแล้ว อย่าลืมตรวจสอบอุปกรณ์สินค้าก่อนทุกครั้ง เมื่อมีการสั่งซื้อสินค้า และตรวจสอบด้วยว่าสินค้าที่ซื้อนั้นมีใบรับประกันสินค้าหรือไม่ เป็นระยะเวลานานเท่าไร บริการหลังการขายเป็นอย่างไร ถ้าผู้ติดตั้งไม่รู้จะตรวจสอบอย่างไรนั้น ลองนำข้อมูลจากด้านล่างไปตรวจสอบก็ได้ครับ
•    ลองตรวจสอบสภาพสินค้าว่ามีสภาพผิดปกติหรือชำรุดก่อนนำไปติดตั้งหรือไม่ อย่างเช่น มีรอย แตก ,หัก, บิ่น, งอ, ยุบ, เบี้ยว, ร้าว, ทะลุ, หรือบางส่วนที่หายไปไหม
•    สินค้าที่ออกจากทางร้านที่ผู้ติดตั้งไปซื้อนั้นควรจะเป็นสินค้าได้รับการเก็บรักษาเป็นอย่างดีไม่มีรอยบุบ รอยไหม้ รอยสนิม เป็นต้น
•    สินค้าที่ผู้ติดตั้งซื้อจะต้องสติ๊กเกอร์ รับประกันของบริษัทกล้องวงจรปิด หรือบริษัทผู้ผลิตกล้องวงจรปิดยี่ห้อนั้นๆซึ่งสติ๊กเกอร์จะต้องไม่มีรอยฉีก, ขาด, หลุด, หาย, ลบ, แก้ไข หรือถูกปิดทับจนไม่สามารถมองเห็นข้อมูลสำคัญบนสติ๊กเกอร์ได้
•    กล้อง CCTV จากทางบริษัทจะต้องมีหมายเลขประจำตัวสินค้า หรือที่เรียกว่า Serial No ติดอยู่ที่อุปกรณ์กล้อง
และนี้คือข้อมูลคร่าวๆสำหรับผู้ที่กำลังเลือกหาบริษัทกล้องวงจรปิด เพื่อที่จะนำกล้องวงจรปิดมาใช้งาน อย่างไรก็ตามในการเลือกใช้งานบริษัทกล้องวงจรปิด จะต้องเป็นบริษัทเชื่อถือได้ในระดับมาตรฐาน เมื่อเกิดปัญหาขึ้นมาแล้วคุณแทบจะไม่ต้องทำอะไรเลย เพียงแค่บอกว่าเกิดปัญหาอะไรขึ้นเท่านั้นเอง
ไม่ว่าผู้ติดตั้งจะเลือกซื้อกล้องวงจรปิดแบบใด ไม่ว่าจะเป็นซื้อจากทางบริษัทกล้องวงจรปิดเอง หรือซื้อตามร้านที่ขายทั่วไป สิ่งที่สำคัญที่ย้ำอยู่บ่อยๆนั้นคือ วัตถุประสงค์ของานใช้งานในแต่ละที่ และความเหมาะสมกับงานที่จะนำไปติดตั้ง

Posted in กล้องวงจรปิด.

Comments are closed.